1.ศึกษาแผนภาพแสดงโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตหนึ่งแล้วตอบคำถาม 1.1 เซลล์นี้เป็นเซลล์พืชหรือเซลล์สัตว์ ตอบ เซลล์พืช 1.2 ออร์แกเนลใดเป็นแหล่งผลิตสารที่ให้พลังงานสูงแก่เซลล์ ตอบ ไมโทรคอนเดรียและคลอโรพลาสต์ 1.3 หมายเลขใดควบคุมการลำเลียงสารผ่านเข้าออกจากเซลล์ ตอบ หมายเลข 3 2.จากการศึกษาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กภายใต้กล้องจุลทรรศน์ นักเรียนเห็นภาพดังนี้ (ของดรูปนะคะ) ถ้าใช้กำลังขยายสูงจะปรากฏภาพ ดังนี้ (ของดอีกเช่นกันค่ะ) ถ้านักเรียนต้องการดูรายละเอียดให้ครบทุกส่วน นักเรียนจะต้องปฏิบัติอย่างไร ตอบ เลื่อนฐานรองแผ่นสไลด์ 3.ศึกษาแผนภาพนี้แล้วตอบคำถาม ถ้าความเข้มข้นของสารในแวคิวโอลของเซลล์ x y และ z เท่ากับ 40% 30% และ 20% ตามลำดับ จะมีการเคลื่อนที่ของน้ำในเซลล์ทั้ง 3 นี้อย่างไร ตอบ น้ำในเซลล์ z จะออสโมซิสไปยังเซลล์ x และเซลล์ y ส่วนเซลล์ y จะออสโมซิสไปยังเซลล์ x จนความเข้มข้นสมดุล คือ มีความเข้มข้นเท่ากันทุกเซลล์ 4.ถ้าหลอดแก้ว I และ II คั่นด้วยเยื่อเลือกผ่าน น้ำตาลในหลอดแก้วด้าน II มีความเข้มข้นสูงกว่าด้าน I ถ้าเริ่มต้นทดลองโดยให้ระดับสารในหลอด I และ II เท่าคน แล้วตั้งทิ้งไว้ ต่อมาปรากฏการณ์ควรจะเกิดตรงกับภาพในข้อใด ตอบ ภาพ ง. 5.ในวันที่อากาศเย็น หรืออยู่ในที่เย็นจัด จะขับถ่ายปัสสาวะบ่อยกว่าหรือน้อยกว่าวันที่มีอากาศร้อนเพราะอะไร ตอบ บ่อยกว่า เพราะร่างกายมีการขับเหงื่อที่น้อยลง 6.ในการตรวจหมู่เลือดจะต้องเจาะเลือดแล้วนำมาหยดบนสไลด์ 2 หยด แล้วใส่น้ำยาตรวจเลือด 2 ชนิด คือ น้ำยาแอนติ - A และแอนติ - B 6.1 ถ้าผลตรวจปรากฏว่า เลือดทั้งสองหยดที่ใส่น้ำยาแอนติ - A และแอนติ - B ตกตะกอน ดังนั้นเลือดที่ตรวจจะเป็นเลือดหมู่ใด ตอบ AB 6.2 ถ้าเลือดที่ตรวจเป็นเลือดหมู่ A ผลการตรวจจะเป็นอย่างไร ตอบ เลือดที่หยดน้ำยาแอนติ - A เท่านั้นที่ตกตะกอน 6.3 ถ้าเลือดที่ตรวจเป็นหมู่เลือด O ผลการตรวจจะเป็นอย่างไร ตอบ ไม่มีเลือดหยดไหนที่ตกตะกอน 7.ถ้ามีผู้นำพารามีเซียมใส่ในน้ำจืดแล้วสังเกตการบีบตัวของคอนแทร็กไทล์แวคิวโอล พบว่าคอนแทร็กไทล์แวคิวโอลบีบตัว 6 ครั้ง แต่เมื่อเติมเกลือเล็กน้อยลงในภาชนะที่มีพารามีเซียมอยู่ คอนแทร็กไทล์แวคิวโอลจะบีบตัวน้อยกว่า 7.1 ข้อมูลดังกล่าวนี้บอกอะไรแก่เราบ้าง ตอบ น้ำจืดมีความเข้มข้นของสารละลายน้อยกว่าภายในเซลล์ของพารามีเซียม จึงเข้าไปในเซลล์จนต้องมีการขับออกที่มากครั้งเพื่อป้องกันการแตกของเซลล์ แต่เมื่อเติมเกลือลงไปแล้วความเข้มข้นของน้ำเพิ่มมากขึ้น ปริมาณน้ำที่เข้าไปในเซลล์ลดลง การขับออกจึงน้อยลงตาม 7.2 ถ้านักเรียนต้องการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบีบตัวของคอนแทร็กไทล์แวคิวโอล นักเรียนคิดว่าจะศึกษาเรื่องใด ตอบ ความเข้มข้นของสารละลายภายนอกเซลล์และภายในเซลล์ ปล. ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ

ห้องเก็บนิยาย Deyrnas บทนำ

posted on 03 Jul 2012 01:02 by pankkie

บทนำ

 

            หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ผมก็ตัดสินใจได้สักทีว่าจะเริ่มเขียนอะไรลงไปในหน้ากระดาษว่างๆของสมุดบันทึกใหม่เอี่ยมที่พี่ไมเอลซื้อให้ผมเล่มนี้...

            ตอนเด็กๆ...เด็กมาก ผมเคยฟังนิทานก่อนนอนเรื่องหนึ่ง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งหนึ่ง ที่แม้แต่คนเล่าเองก็ได้ลืมเลือนชื่อของมันไปแล้ว...

            อาณาจักรแห่งนี้ เป็นอาณาจักรแห่งความสงบสุขอย่างแท้จริง ทุกเผ่าพันธุ์รวมไปถึงเหล่าสรรพสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ธรรมดาหรือสัตว์เวท ต่างก็อยู่ร่วมกันได้ภายในอาณาจักรนี้อย่างเป็นสุข เพราะพวกเขาได้รับการคุ้มครองจากเทพองค์หนึ่ง

            กาลเวลาผ่านไป ผู้คนพากันลืมเลือนเทพองค์นั้น และหลงคิดไปว่าเทพคู่แฝดอีกองค์ของท่าน เป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง แม้เทพองค์นั้นจะไม่ได้ลงทัณฑ์อะไรแก่พวกเขา แต่คำขออ้อนวอนทั้งหลาย เทพองค์นั้นก็เริ่มเมินเฉย ปล่อยให้เทพคู่แฝดของตนจัดการแทน

            เทพคู่แฝดนั้นไม่ได้มีจิตใจเมตตาเหมือนกับเทพอีกองค์ ท่านปรารถนาศึกสงคราม แต่นิสัยของชาวเมืองยังคงเป็นผู้รักสงบอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านขัดใจไม่น้อย

            แล้ววันหนึ่ง ท่านก็ตัดสินใจยุยงให้ราชาแห่งอาณาจักรอื่นเริ่มไล่ล่าเผ่าพันธุ์เผ่าพันธุ์หนึ่ง จนกระทั่งเผ่าพันธุ์นั้นหนีมาจนถึงอาณาจักรนี้ ผู้นำเผ่าพันธุ์ทราบมาว่าอาณาจักรนี้เป็นมิตร จึงคิดจะขอความช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นว่า เทพคู่แฝดองค์นั้นสั่งการให้หยิบยื่นสงครามแทน...

            เผ่าพันธุ์ที่มาถึงก็สมกับที่เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีคนต้องการกำจัด เพราะพวกเขาช่างแข็งแกร่ง จนทหารของอาณาจักรมิอาจสู้รบได้เพราะความไม่คุ้นกับสงคราม จึงต่างพากันอ้อนวอนเทพที่ปกปักษ์คุ้มครอง ขอให้มอบพลังให้ เทพคู่แฝดก็สมใจหมาย ยอมหยิบยื่นพลังให้แก่ชาวเมือง โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องหาตัวตายตัวแทนมาหนึ่งคน เพื่อรับผลเสียของพลังทั้งหมด...

            ชาวเมืองต่างก็ลำบากใจ เพราะนิสัยรักสงบส่วนตัว จึงไม่อยากที่จะให้ใครต้องมาเป็นแพะรับบาป รวมไปถึงหวั่นเกรงว่าจะเข้าหน้าญาติพี่น้องของบุคคลผู้ที่จะต้องเป็นตัวตายตัวแทน

            เคราะห์ร้ายจึงตกเป็นของเด็กหญิงกำพร้าคนหนึ่ง ผู้ซึ่งไม่หลงเหลือใครแม้แต่ผู้อุปการะ เด็กหญิงตัวน้อยจึงถูกนำมาเป็นตัวตายตัวแทนของเหล่าชาวเมือง โดยไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเด็กหญิงแม้แต่น้อย...

            ภายหลังจากจบสงคราม ผู้คนในอาณาจักรใกล้เคียงต่างก็พากันลือว่าเด็กหญิงคนนั้นยังไม่ตาย เพราะได้เทพผู้ปกปักษ์รักษาอาณาจักรตัวจริงดูแลไว้ แต่ก็เป็นเพียงข่าวลือที่ไม่มีใครพิสูจน์มันได้...

            เมื่อชาวเมืองได้รับพลังแล้ว ทุดคนจึงออกจากเมืองไปสู้ศึกกันหมด เหลือไว้แต่เพียงเด็กเท่านั้นที่ยังคงต้องอยู่ภายในเมือง

            การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้น เปลวไฟสีแดงฉานแผดเผาไปทั่วบริเวณรอบๆอาณาจักร จนกระทั่งรุ่งเช้า ทุกอย่างก็เงียบสงบลง...

            ไม่หลงเหลือศัตรู ไม่หลงเหลือความเสียหาย ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ...

            ทั้งอาณาจักรนั้นและค่ายของเผ่าพันธุ์นั้น หายไปจากตรงนั้นราวกับไม่เคยมีอะไรอยู่ตรงนั้นมาก่อน เป็นเพียงผืนดินอันว่างเปล่าเท่านั้น...

            ในตอนนั้น ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมคุณแม่อธิการถึงได้เลือกเรื่องนี้มาเป็นนิทานก่อนนอนที่ทำเอาผมรู้สึกไม่อยากนอนยิ่งกว่าเดิม พอผมเอ่ยปากถาม ท่านก็ตอบกลับมาเพียง

            ‘สักวัน เธอจะรู้นะจ๊ะลูกรัก เธอจะรู้จ้ะ’

            ผมได้แต่ยอมข่มตาหลับตามที่ท่านสั่งแต่โดยดี โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่า สิ่งที่ท่านเล่ามานั้น ผมจะรู้ความจริงก็ต่อเมื่ออีกเกือบสิบปีต่อมา...

 

            พอนั่งๆเขียนไป ผมถึงนึกได้ว่า ผมเริ่มเขียนถึงตอนที่เจอพี่ไมเอลเป็นครั้งแรกลงไปด้วยคงจะดี มันคงช่วยเรื่องความจำให้ผมได้เยอะเลย

            แสงแดดส่องผ่านต้นไม้ลงมาถึงพื้นดิน เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วให้บรรยากาศสงบสุข ถ้าเกิดว่าผมไม่ทำลายมันทิ้งไปเสียก่อนด้วยการวิ่งฝ่าเข้ามาในป่าแห่งนี้และพาเสียงโวยวายตามหลังผมมา จนนกพวกนั้นพากันเตลิดหนีไปหมด

            “เจ้าเด็กบ้า! กลับมาให้ข้าตีก่อนนะ บังอาจมารังแกลูกชายข้า! ข้าบอกให้กลับมาเดี๋ยวนี้!” เสียงของหญิงสาววัยกลางคนตะโกนไล่หลังผม แต่เรื่องอะไรที่ผมจะต้องกลับไปให้เธอตีผมเล่นล่ะ มันไม่สนุกด้วยหรอกนะ อีกอย่าง ผมจำได้ว่าผมแค่วิ่งหนีจนสะดุดล้มแล้วลูกชายป้าก็วิ่งมาสะดุดขาผมล้มอีกรอบเท่านั้นเองนะ

            แล้วผมก็วิ่งจ้ำอ้าวเข้าไปในป่าข้างๆเมืองโดยไม่คิดจะสนใจมองรอบข้างอีก จนวิ่งมาได้สักพักแล้วรู้ว่าไม่มีเสียงฝีเท้าใครตามมาแล้ว ผมถึงได้นั่งพักที่โคนต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งในป่านั้นก่อนจะหอบหายใจลดความเหนื่อยไปพลางๆ

            แต่พอผมกวาดสายตามองรอบข้างแล้วก็เกิดอาการตัวชาขึ้นมาทันที เพราะรอบข้างของผมตอนนี้กลายเป็นป่าหน้าตาไม่คุ้นเคยเสียแล้ว ทำเอาผมนึกย้อนไปถึงสิ่งที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามากรอกหูเด็กๆอย่างผมเสมอ ว่าห้ามเข้าไปในป่าลึกๆ เพราะมันมีอาถรรพ์ทำให้คนที่เข้าไปกลับออกมาไม่ได้

            แต่เรื่องของเรื่องคือ ตอนนี้ผมกำลังนั่งหอบหายใจแฮกๆอยู่ในป่าที่ว่านั่นแหละ แล้วอย่างนี้ผมจะทำยังไงดีเนี่ย

            คิดแล้วก็ได้แต่รู้สึกเสียววูบในอก ถ้าเกิดผมหาทางออกไม่เจอล่ะ ผมก็คงต้องติดอยู่ในป่าแห่งนี้ แถมยังไม่มีต้นอะไรที่ผมรู้จักอีก แล้วผมจะรู้ไหมว่าอันไหนกินได้ อันไหนกินไม่ได้ ถึงแม้ว่าเจ้าลูกสีแดงหน้าคล้ายๆแอปเปิลที่ลอยต่องแต่งอยู่เหนือหัวของผมมันจะดูน่ากินมากๆจนผมท้องร้อง แต่ผมก็ยังไม่อยากเสี่ยงกินอะไรที่ตัวเองไม่รู้จักหรอกนะ...

            พอคิดมากๆเข้าก็เริ่มฟุ้งซ่าน ผมจึงตัดสินใจไล่ความคิดทุกอย่างออกไปแล้วเริ่มสำรวจป่านี่จะดีกว่า แต่ปัญหาก็เกิดทันทีที่ผมลุกขึ้นยืน มือของผมไปเกี่ยวถูกหนามของต้นไม้ใหญ่ที่ผมนั่งพิงอยู่จนเลือดออกซิบๆ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการที่วินาทีถัดมาผมก็ล้มหน้าทิ่มไปกับพื้นทันที ทำเอาชาไปหมดทุกส่วนของใบหน้า อูย จมูกผมหักหรือยังนะ

            แกรก

            เสียงประหลาดดังขึ้นข้างหน้าของผม ก่อนที่อุ้งเท้าขนาดย่อมสีขาวขนปุกปุยสี่ข้างจะมาหยุดที่ด้านหน้าของผม แล้วเสียงเล็กๆก็ตามมา

            “เอ๋? ตัวไรอ่ะ นั่นๆ สีม่วงวิ่งลามไปบนตัวได้ด้วยล่ะ น่าสนุกจัง~”

            ฟังแล้วก็อยากจะเครียด นี่มันตัวอะไรล่ะเนี่ยที่ยืนอยู่ข้างหน้าผม เสียงเมื่อกี้ก็ด้วย แต่สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือ ดูท่าทางเจ้าของเสียงคงไม่ได้คิดจะช่วยชีวิตผมเลยล่ะมั้ง นี่ผมกำลังจะตายแล้วจริงๆน่ะหรอ?

            โอ้ ไม่เอาๆ ยังไม่อยากตาย ผักที่ปลูกไว้ที่โบสถ์ยังไม่ได้รดน้ำเลย คุณแม่อธิการก็ไม่อยู่แล้วถ้าผมไม่อยู่อีกคนใครจะทำความสะอาดโบสถ์กันล่ะ ฮือ ผมอยากจะขยับปากขอความช่วยเหลือแต่มันไม่มีแรงเลย จะทำยังไงดี

            แล้วก็เหมือนมีเสียงสวรรค์ดังขึ้น...

            “เวลพ์ นั่นคนป่วยนะ สีม่วงๆที่เจ้าว่าน่ะ หมายถึงว่าเขากำลังติดพิษ มันไม่น่าสนุกหรอกนะ”

            แต่แล้วก็เหมือนมีเสียงนรกวิ่งแซงปาดหน้ามาแทน...

            “งั้นก็แปลว่าใกล้ตายเค้ากินได้สินะเจ้านาย~”

            แล้วเขี้ยวขาวๆก็งับลงเต็มศีรษะของผมทันที ก่อนที่จะหมดสติไปผมก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่น

            “เฮ้ย เดี๋ยวก่อน!!”
 
-------------------------------------------------
จบไปแบบงงๆ 555 คาดว่าคงไม่มีคนหลงเข้ามาอ่านนะ orz
เรื่องของเรื่องคือ รื้อเรื่องใหม่หมด มันเลยไม่เหมือนกับที่ลงไว้ในเด็กดี
แต่ก็ช่างเหอะ หาใครช่วยวิจารณ์ให้ไม่ได้ก็งมโข่งต่อไป OTL
เอาเป็นว่า ใครหลงเข้ามาก็รบกวนวิจารณ์ติชมให้ด้วยนะค้า ขอบคุณมากๆค่ะ (โค้ง)
1.ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วย
ตอบ เมนบอร์ด/มาเธอร์บอร์ด (หน่วยประมวลผลกลางและหน่วยความจำหลัก), ส่วนจ่ายไฟ (พาวเวอร์ซัพพลาย), ส่วรเก็บข้อมูล, ส่วนควบคุมการแสดงผล, ส่วนควบคุมการติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอก, ส่วนควบคุมกับอุปกรณ์เสริมภายใน และส่วนอุปกรณ์ (ชิ้นส่วนเครื่องคอม)
2.ซอฟต์แวร์ประกอบด้วย
ตอบ 1)ระบบปฏิบัติการ (เช่น วินโดวส์ต่างๆ เป็นต้น)
        2)ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์
3.ข้อมูลประกอบด้วย
ตอบ ข้อมูลตัวเลข, ข้อมูลอักขระ, ข้อมูลภาพ, ข้อมูลเสียง
4.บุคลากรประกอบด้วย
ตอบ ผู้ใช้, ผู้จัดการระบบ, นักวิเคราะห์ระบบ, ผู้พัฒนาระบบ และโปรแกรมเมอร์
5.ขั้นตอนการปฏิบัติงานมีดังนี้
ตอบ 1.การวางแผนระบบ
        2.การวิเคราะห์ระบบ
        3.การออกแบบระบบ
        4.การพัฒนาระบบ
        5.การติดตั้งระบบ
        6.การดูแลรักษาระบบ